ระบบตัวแทนจำหน่ายแบบ Dropship กับ Pre-order

 

ปัจจุบันนักขายของออนไลน์คงจะได้ยินวิธีการขายแบบ Dropship และ Pre-order กันอยู่บ่อยๆ และก็มีหลายคนเริ่มสับสนว่า ทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันอย่างไร และแบบไหนให้ผลตอบแทนดีกว่ากันมาดูกันเลยค่ะ

เริ่มจาก Dropship คือ พ่อค้าคนกลางสำหรับการขายของออนไลน์นั้นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำกันอย่างไร  ก็คือเหมือนกันการขายของทั่วไปนั้นล่ะครับ  ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าคนกลาง  หรือว่านายหน้าขายที่ดิน  ก็ทำคล้ายกัน Dropship นั้นเลย  นั้นหมายความว่า เราไปติดต่อผู้ขายว่าจะให้เขาเสนอราคานี้  แล้วเราก็ไปประกาศขายหรือว่าหาลูกค้า  พอเราหาลูกค้าก็เสนอราคาขายที่เหมาะสม  กำไรก็จะได้คือส่วนต่างจากราคาที่เราได้ติดต่อกับผู้ขายและราคาขายที่เราได้ติดต่อกับผู้ซื้อ  หลังจากที่เราได้ติดต่อไปแล้วเราก็จะส่งข้อมูลไปยังผู้ขายแล้วผู้ขายก็จะจัดส่งให้กับลูกค้าไปเลย  โดยที่เราไม่ต้องไปส่งเอง  หากขายมากเราก็ได้กำไรมาก  ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของเราด้าย

ส่วน Pre-order คือ การสั่งซื้อสินค้าที่ไม่มีของพร้อมส่ง หรือไม่มีของใน Stock ต้องใช้เวลาในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เหมาะสำหรับลูกค้าที่รอสินค้าได้เท่านั้น โดยทางร้านเป็นเพียงตัวกลางในการสั่งซื้อสินค้าให้กับลูกค้าเท่านั้น โดยเป็นการสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของต่างประเทศ ค่ะ

 

 

การทำ Pre-order เกี่ยวข้องกับกานำเข้าสินค้า จึงมีความเสี่ยงสูงกว่า Dropship เนื่องจากกระบวนการนำเข้ามีหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ร้านค้าในต่างประเทศส่งสินค้าไปยังคลังสินค้าของ Shipping แล้ว Shipping ก็แพ็กสินค้ารวมกันเข้ามาคัดแยกอีกครั้งในไทย โอกาสสูญหายจึงมีมากกว่า Dropship