Dropship ด้วยเงิน 0 บาท ทำได้จริงหรือ

Dropship ด้วยเงิน 0 บาท ทำได้จริงหรือ

 

 

    คุณอาจเคยได้ยินมาว่า Dropship เป็นธุรกิจจับเสือมือเปล่า ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย มีเงินทุนแค่ 0 บาท ก็ทำได้แล้ว แต่หลายคนที่ลองทำดูแล้วกลับบอกว่าไม่จริง เพราะเวลาทำ Dropship จริงๆ ต้องเสียค่าโน่น นี่ นั่น เยอะมาก

เริ่มตั้งแต่ค่าสมัคร Dropship บางที่จะมีค่าสมัครตัวแทนจำหน่ายแบบรายเดือนและรายปี หรือถ้าจะเปิดร้านค้าออนไลน์ ก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนกัน บางครั้งก็ต้องคำนวณต้นทุนและกำไรที่เราจะได้จากการขายสินค้าแต่ละตัว่าจะคุ้มหรือไม่ คู่แข่งที่ขายสินค้าตัวนี้มีเยอะไหม แล้วที่สำคัญสินค้าตัวนี้จะขายได้ไหม ได้คุณภาพหรือไม่ ต้องทำรีวิวเพิ่มไหม มีตัวอย่างสินค้าทดลองที่เราจะสามารถทำมาลองใช้หรือแจกให้ลูกค้าได้ไหม ทาง Dropship ที่เราสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายกับเค้าจะมีการส่งเสริมการขายให้กับเราหรือไม่ เพราะถ้าทาง Dropship ที่เราสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายเค้าไม่สนับสนุนเราก็ไม่สามารถเพิ่มยอดขายได้

 

 

   ที่พูดมานั้นก็จริงค่ะ แต่ใช่ว่าเราจะหลีกเลี่ยงปัญหานี้ไม่ได้ เพราะของฟรีดีๆ ในโลกออนไลน์นั้นรอให้เราใช้บริการอยู่ และแนวทางที่ ThailandDropship จะนำเสนอนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นของฟรีในเมืองไทยซะส่วนใหญ่ ดังนั้นสำหรับคนที่มีทุนน้อยหรือต้องการเริ่มต้นแบบไม่มีเงินลงทุน แนะนำให้คุณทำตามช่องทางการขายในประเทศค่ะ เพราะอย่างที่รู้กันว่าคนไทยย่อมต้องรู้ใจคนไทยด้วยกันเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม

ยิ่งรู้จักยิ่งรัก...Dropship

ยิ่งรู้จักยิ่งรัก...Dropship

 

     เมื่อได้รู้ว่าในโลกนี้ทีระบบการขายแบบ Dropship ก็เปรียบเสมือนสวนของอีเดน ซึ่งมีครบทุกอย่างโดยที่เรไม่ต้องไปตามหาที่ไหนอีกแล้ว และยิ่งระบบการซื้อของออนไลน์ในปัจจุบันเป็นที่นิยมกันอย่างมาก ก่อนลงมือขายสินค้า จะต้องทราบกลุ่มเป้าหมายก่อนว่าลูกค้าของคุณคือใคร การสร้างรายได้แบบไหนที่เป็นไปได้และเหมาะสมกับเรามากที่สุด ซึ่งพิจารณาได้จาก

  • ความสามารถด้านภาษา
  • ความรู้พื้นฐานในการใช้งานอินเตอร์เน็ต
  • ความเข้าใจในกระบวนการขายสินค้าออนไลน์

แต่ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ตายตัวว่าจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถมากแค่ไหน ถึงจะเหมาะกับการทำ Dropship ในไทยหรือต่างประเทศ นอกจากนี้ ความชอบของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนชอบทำ Dropship สินค้าประเภทความสวยความงาน บางคนชอบประเภทลดน้ำหนัก หรือ อาหารเสริมสมรรถภาพทางเพศ

 

กระบวนการขายแบบ Dropship ประกอบด้วย

  • ผู้ขาย (Reseller)
  • ผู้ซื้อ (Customer หรือ Buyer)
  • Drop Shipper คือ ผู้ขายสินค้าหรือ Supplier ทำหน้าที่จัดการระบบสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าเรา โดยจะระบุชื่อผู้ส่งสินค้าเป็นเรา  เสมือนว่าเราคือเจ้าของสินค้าตัวจริง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

Dropship VS Pre-order

ระบบตัวแทนจำหน่ายแบบ Dropship กับ Pre-order

 

ปัจจุบันนักขายของออนไลน์คงจะได้ยินวิธีการขายแบบ Dropship และ Pre-order กันอยู่บ่อยๆ และก็มีหลายคนเริ่มสับสนว่า ทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันอย่างไร และแบบไหนให้ผลตอบแทนดีกว่ากันมาดูกันเลยค่ะ

เริ่มจาก Dropship คือ พ่อค้าคนกลางสำหรับการขายของออนไลน์นั้นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำกันอย่างไร  ก็คือเหมือนกันการขายของทั่วไปนั้นล่ะครับ  ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าคนกลาง  หรือว่านายหน้าขายที่ดิน  ก็ทำคล้ายกัน Dropship นั้นเลย  นั้นหมายความว่า เราไปติดต่อผู้ขายว่าจะให้เขาเสนอราคานี้  แล้วเราก็ไปประกาศขายหรือว่าหาลูกค้า  พอเราหาลูกค้าก็เสนอราคาขายที่เหมาะสม  กำไรก็จะได้คือส่วนต่างจากราคาที่เราได้ติดต่อกับผู้ขายและราคาขายที่เราได้ติดต่อกับผู้ซื้อ  หลังจากที่เราได้ติดต่อไปแล้วเราก็จะส่งข้อมูลไปยังผู้ขายแล้วผู้ขายก็จะจัดส่งให้กับลูกค้าไปเลย  โดยที่เราไม่ต้องไปส่งเอง  หากขายมากเราก็ได้กำไรมาก  ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของเราด้าย

ส่วน Pre-order คือ การสั่งซื้อสินค้าที่ไม่มีของพร้อมส่ง หรือไม่มีของใน Stock ต้องใช้เวลาในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เหมาะสำหรับลูกค้าที่รอสินค้าได้เท่านั้น โดยทางร้านเป็นเพียงตัวกลางในการสั่งซื้อสินค้าให้กับลูกค้าเท่านั้น โดยเป็นการสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของต่างประเทศ ค่ะ

 

 

การทำ Pre-order เกี่ยวข้องกับกานำเข้าสินค้า จึงมีความเสี่ยงสูงกว่า Dropship เนื่องจากกระบวนการนำเข้ามีหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ร้านค้าในต่างประเทศส่งสินค้าไปยังคลังสินค้าของ Shipping แล้ว Shipping ก็แพ็กสินค้ารวมกันเข้ามาคัดแยกอีกครั้งในไทย โอกาสสูญหายจึงมีมากกว่า Dropship

อ่านบทความเพิ่มเติม

เตรียมความพร้อมก่อนขาย Dropship

เตรียมความพร้อมก่อนขาย Dropship

 

แม้ว่าการทำ Dropship เราไม่ต้องไปเดินหาสินค้า, ถ่ายรูปสินค้า, และจัดเตรียมข้อมูลสินค้าก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย ลองมาดูกับครับว่า มีอะไรที่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนลงมือขายบ้าง

 

dropship

อ่านบทความเพิ่มเติม

เลือกสินค้าทำกำไรยังไง ให้ทำเงินได้หลักแสนต่อเดือน

เลือกสินค้าทำกำไรยังไง ให้ทำเงินได้หลักแสนต่อเดือน

 

 

    แม้ว่าคุณจะนำสินค้าจาก Drop shipper มาขายได้ฟรี แต่อย่าลืมว่าคุณมีต้นทุนเรื่องเวลา ถ้าคุณเสียเวลาโพสต์ขายสินค้าโดยที่ไม่รู้ว่าสินค้าชิ้นนั้นจะขายได้หรือไม่ เวลาที่เสียไปอาจกลายเป็นต้นทุนเสียมากกว่าการลงทุนซื้อสินค้ามาขายเองซะอีก ฉะนั้นคุณจึงต้องคัดเลือกสินค้าที่มีโอกาสในการขายสูงและสามารถทำกำไรให้คุณมากพอ แต่ทาง Thailand Dropship ของเรานั้นได้คัดเลือกแต่สินค้าที่มีการทำกำไรสูง และขายง่ายมาให้ Drop shipper ทั้งหลายแล้ว และประกอบกับการ Support คุณอีกมากมาย จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าสินค้าจะขายไม่ได้ หรือไม่มีการสนับสนุนการขาย

   ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ไป ทาง Thailland Dropship ของเราขอเสนอแนวทางและวิธีคัดเลือกสินค้าทำกำไร ที่จะทำให้คุณมีรายได้หลักแสนต่อเดือนตามลำดับดังนี้

1.) ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ต้องการ ในที่นี้คือ 100,000 บาท/เดือน

2.) คำนวณว่าในแต่ละวัน เราจะต้องขายสินค้าให้ได้มากเท่าไหร่ ในที่นี้คือ 100,000/30 = 3,334 บาท

3.) คาดคะเนว่าวันหนึ่งคุณน่าจะขายสินค้าได้ประมาณกี่ชิ้น ในที่นี้สมมุติให้เป็น 10 ชิ้น ดังนั้นสินค้าที่ขายต้องมีกำไรประมาณ 3,334/10 = 333 บาทชิ้น

   เมื่อทราบเป้าหมายแล้วว่าคุณต้องหาสินค้าที่ทำกำไรต่อชิ้นสูงประมาณ 333 บาท/ชิ้น ก็จะทำให้สินค้าที่คุณเลือกขายนั้นแคบลง แต่หนทางอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป สินค้าจาก Thailand Dropship ที่ทำกำไรถึง 333 บาทต่อชิ้นนั้นมีหลายตัวด้วยกันเช่น อาหารเสริมผู้ชาย Racer แต่ถ้าเราตั้งเป้ากำไรสินค้าต่อชิ้นมากเกินไปก็อาจจะจำกัดทางเลือกได้แคบไป วิธีแก้ปัญหาคือ ุณอาจจะต้องเพิ่มจำนวนในการขายขึ้นมาแทน ซึ่งสินค้าที่ขายได้จำนวนมากก็ต้องเป็นสินค้าขายดี

4.) เช็คสินค้าขายดีของร้านจาก Drop shipper หากสามารถทราบจำนวนการขายในแต่ละวันได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้คุณทราบว่าสินค้าขายดีนั้นขายดีอยู่ในระดับที่ทำให้คุณมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือนได้หรือไม่

อ่านบทความเพิ่มเติม

หารายได้เสริม ปี 2015

หารายได้เสริม ปี 2015

 

      เคยเป็นไหมเวลาทำงานพอถึงสิ้นเดือนรับเงินเดือนมีความรู้สึกว่าเงินเดือนไม่ค่อยพอใช้ เพราะบางคนอาจจะซื้อของระหว่างเดือนกันไปซะเยอะแล้ว ทำไงได้ก็เดี๋ยวมีของสวยๆ งามๆ ออกมาให้เลือกซื้อกันมากมาย ของแต่ละอย่างก็สวยถูกใจกันซะด้วย ที่สำคัญยังขยันออกรุ่นใหม่ๆ มาประชันกันเป็นว่าเล่น เช่น โทรศัพท์มือถือ และสมาร์ทโฟน ต่างๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าสวยๆ ก็มีให้เห็นมากมาย เป็นแบบนี้แล้วจะอดใจกันไหวได้ยังไง

แต่จริงๆ แล้วก่อนการเลือกซื้ออะไร เราควรคำนวณเงินในกระเป๋าของเราให้ดีๆ จะได้มีเงินใช้พอเดือน หรือบางครั้งบางคนอาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เข้ามา แล้วจำเป็นจะต้องจ่ายออกไป ถ้าเป็นแบบนี้แล้วเราลองมาหางานพิเศษอะไรทำเพื่อเพิ่มรายได้ของแต่ละเดือนกันดีกว่า มีงานง่ายๆ หลายอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อเพิ่มรายได้ แต่ที่สำคัญควรลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปด้วย งานที่ว่าก็อย่างเช่น

1. โพสขายสินค้า
เป็นงานที่ไม่ต้องลงทุน คือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า หรือเรียกว่า "Dropship" ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ขายง่าย ขายเร็ว กำไรเยอะ ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีธุรกิจประเภทนี้เกิดขึ้นเป็นอย่างมากเพื่อรองรับความต้องการของตลาดธุรกิจ Dropship ตัวแทนจำหน่าย แบบไม่สต๊อกสินค้านี้มากขึ้น เพราะคนไทยทุกวันนี้ ไม่ต้องการลงทุนและเน้นขายง่าย ขายไว

2. งานรับคีย์ข้อมูล รับพิมพ์งาน
เป็นงานที่ทำได้ไม่อยากทำเวลาไหนก็ได้ แค่คุณมีเครื่องคอมพิวเตอร์สักเครื่องก็สามารถทำงานนี้กันได้แล้ว แต่ที่สำคัญคุณต้องใช้ความตั้งใจกันซะหน่อย และถ้าใครมีฝีมือในการพิมพ์ได้ไว และพิมพ์ได้อย่างถูกต้องเม่นยำ ลองเอาพิจารณากันดู เพราะงานประเภทนี้ก็สร้างรายได้ในแต่ละเดือนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่คุณต้องเป็นคนขยัน มีวินัย ตรงต่อเวลา กันด้วย

3. งานฝีมือ
มีงานฝีมือหลายอย่างที่สามารถทำเป็นรายได้เสริมได้ เช่นถ้าคุณเป็นคนชอบถักไหมพรม ลองถักไหมพรม เป็นหมวก ผ้าพันคอ กระเป๋า ผ้าคลุมต่างๆ หรือแม้แต่เสื้อไหมพรม หรืออาจจะเป็นงานร้อยลูกปัด หล่อเทียนหอม ทำสิ่งประดิษฐ์เล็กๆ น้อยๆ เช่นการปลูกต้นไม้น่ารักๆ ในกระถาง เป็นต้น แล้วนำมาวางขาย หรือยุคนี้หลายคนอาจใช้วิธีเปิดร้านค้าออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต รับรองได้ว่าถ้าคุณมีฝีมือจริงๆ งานนี้จะช่วยทำให้คุณมีรายได้ในแต่ละเดือนได้ดีทีเดียว

4. รับจ้าง งานรับจ้างต่างๆ
อาจจะเป็นไปสมัครทำงานพาร์ททาม หลังเลิกงานตามร้านอาหารต่างๆ ที่เขาเปิดรับสมัคร หรือเปิดร้านเล็กๆ หลังเลิกงานรับจ้างซ่อมแซมสิ่งต่างๆ เช่น ซ่อมคอมพิวเตอร์ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือรับซักเสื้อผ้า ดูแลสัตว์เลี้ยง สอนพิเศษตามบ้าน แต่งานเหล่านี้คุณควรมีความรู้ในงานที่ทำกันด้วย และควรเปิดในสถานที่มีคนพลุกพล่านสักหน่อย

5. รับจ้างถ่ายภาพ
เพียงแค่มีกล้องสักตัว มีฝีมือในการถ่ายภาพบ้างพอสมควร ที่สำคัญแต่งภาพเป็น แค่นี้คุณก็สามารถรับจ้างถ่ายภาพตามงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานรับปริญญา งานแต่งงาน งานเลี้ยงสังสรรค์กันได้แล้ว

นับว่าเป็นทางเลือกสำหรับผู้มีรายได้น้อยมากทีเดียว ในที่นี้เชื่อว่ามีหนุ่มสาวหลายคนที่มีปัญหาการเงินติดขัด การทำงานประจำที่มาพร้อมมั่นคงแต่รายได้ก็ไม่มีทีท่าจะอัพขึ้นตาม เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมองหาทางเลือกด้วยการหารายได้เสริมทำแบบนี้น่ะถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

โพสต์เป็นก็รวยได้

โพสต์เป็นก็รวยได้

 

เปิดประสบการณ์การสร้างรายได้ง่ายๆ ด้วยการโพสต์ และทำความเข้าใจว่าการโพสต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีคนไม่มากที่รู้ว่าแค่โพสต์เป็นก็ทำเงินเข้ากระเป๋าได้แล้ว

ถ้าคุณคือนักขาย วิธีการขายบนโลกออนไลน์ที่คุณนึกถึงอันดับแรกคืออะไร?
ถ้าคุณคือเจ้าของธุรกิจ วิธีการโปรโมทหรือทำตลาดบนโลกออนไลน์ที่คุณจะใช้คืออะไร?

     เราจะมาพูดถงวิธรการเริ่มต้นง่ายๆ ที่ไม่ต้องลงทุนและลงมือทำได้ทันทีก็คือการโพสต์ เพราะมีแหล่งโพสต์ในโลกออนไลน์มากมายที่เราโพสต์ได้ฟรีๆ และยังมีผู้ชม (Traffic) สูงมากพอจะช่วยกระตุ้นยอดขาย และประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเราให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นได้

    แม้การโพสต์จะดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน เพราะถ้าโพสต์ไม่เป็น โพสต์ไม่เหมาะสม โพสต์ของเราก็อาจถูกมองเป็นสแปม (Spam) หรือโพสต์ขยะได้ ดังนั้นก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับการโพสต์โดยตรง ผู้เขียนจึงต้องอธิบายความเป็นมาและความรู้พื้นฐานให้คุณได้ทราบก่อน เมื่อรู้แนวทางการโพสต์ที่ถูกต้อง คุณจะได้โพสต์เป็น และสามารถสร้างรายได้จากการโพสต์ได้

 

ธุรกิจกับการโพสต์

 

    ทุกธุรกิจน้อยใหญ่ต่างมองเ็นช่องทางการสร้างรายได้ผ่านอินเตอร์เน็ต และให้ความสำคัญกับ การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ซึ่งมีหลากหลายวิธี เช่น การลงโฆษณากับ Google (Google Adword), การลงโฆษณาใน Facebook (Facrbook Ads), การทำ SEO (Search Engine Optimization) และอีกมากมาย ซึ่งวิธีการส่วนใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนและบางอย่างก็ต้องใช้ความรู้ในเรื่องนั้นๆ มากพอสมควร เช่น การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ไปอยู๋หน้า 1 ของ Google

    การโพสต์ (Post) เป็นหนึ่งในวิธีทำการตลาดออนไลน์ที่สามารถเริ่มต้นได้ทันที ทำได้ง่ายที่สุด และใช้ต้นทุนต่ำ คือ เริ่มตั้งแต่ 0 บาทก็ทำได้แล้ว ทุกท่านลองนึกภาพตามนะครับ ผมโพสต์โปรโมทขายสินค้า ครีมทาผิวขาว Coe ในเว็บไซต์ Pantipmarket.com  ซึ่งการโพสต์แบบนี้ก็ช่วยให้ได้ลูกค้ามาเหมือนกัน

   การโพสต์อีกรูปแบบที่หลายๆ ธุรกิจเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นก็คือ การโพสต์รีวิวสินค้าและบริการ ซึ่งช่วยเรียกผู้เข้าชมได้ดีกว่าการโพสต์ขายหรือโปรโมทตรงๆ เพราะในปัจจุบัน ผู้ซื้อต้องการเห็นว่า สินค้าที่เราจะซื้อมามีวิธีการใช้จริงอย่างไร หรือคนรีวิวจริงๆ จากสินค้าที่ซื้อมาจะเป็นเหมือนในรูปที่เราเห็นตามโฆษณาหรือในเว็บไซต์ของสินค้านั้นๆ หรือไม่

 

ขายสินค้าออนไลน์กับการโพสต์

 

   จากคำบอกเล่าของผู้คนที่อยู่ในวงการขายสินค้าออนไลน์ ผู้เขียนพบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มต้นขายสักที บ้างก็บอกว่าไม่มีเงินทุน บ้างก็บอกว่ายังหาวิธีเปิดร้านค้าออนไลน์เหมาะๆ ไม่ได้

  ดังนั้นผมจึงยกตัวอย่างเรื่องเล่าของเพื่อนคนหนึ่งให้เพื่อนๆ ฟังว่า เพื่อนคนนี้เป็นชาวต่างชาติ แรกๆ ก็มาทำงานบริษัทในไทย แต่ประสบปัญหาบริษัทล้มละลาย ถูกเลิกจ้าง จากที่เพื่อนๆ เคยฝากซื้อของจากเมืองไทยบ่อยๆ เขาก็เลยมองเห็นช่องทางรวย ด้วยการหาสินค้าไทยไปขาย ไม่สิ! ต้องเรียกว่าหารูปสินค้าไทยไปขายถึงจะถูก ซึ่งภายสินค้าพวกนี้ก็นำมาจากตามเว็บต่างๆ แล้วไปโพสต์ขายในเว็บประเภทคลาสสิฟายด์ (Classified) หรือเว็บสำหรับประขายสินค้าของประเทศเค้า ปรากฏว่าขายดีจนต้องอยู๋ประเทศไทยต่อเลยทีเดียว

    การก้าวเข้าสู่อาชีพค้าขายออนไลน์ คุณสามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยการโพสต์ ซึ่งคุณอาจจะมีหรือไม่มีสินค้าอยู่ในมือเลยก็ได้ ถ้าคุณขยันและรู้วิธ๊โพสต์ที่ถูกต้อง คุณก็สามารสร้างรายได้จากอาชีพนี้ได้ไม่ยาก

    ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นโพสต์ที่ได้ทำเอง โดยการขายนี้ไม่ต้องสต๊อกสินค้าไว้ และได้นำรูปสินค้ามาจาก Thailanadropship.com (เว็บเรานี้เองที่มีแจกให้ทุกท่านอยู๋แล้ว เพียงแค่สมัครสมาชิกกับเรานะครับ) มาโพสต์ขาย เมื่อมีการสั่งซื้อจึงค่อยนำเข้าสินค้ามาให้ลูกค้า ซึ่งการขายแบบนี้เราเรียกว่า "พรีออร์เดอร์" (Pre-order) การขายสินค้าแบบพรีออร์เดอร์เปรียบเสมือนการฝากซื้อสินค้า โดยคุณเองต้องประมาณเวลาการขนส่งให้แม่นยำด้วย เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจว่าเขาจะรอได้หรือไม่

    นอกจากระบบพรีออร์เดอร์แล้ว คุณก็ยังสามารถเริ่มต้นอาชีพค้าขายออนไลน์ได้ง่ายกว่านั้นด้วยการสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายขายสินค้าในระบบ Affiliate Program และ Dropship โดยทั้ง 2 ระบบนี้คุณไม่จำเป็นต้องส่งสินค้าเองเลย หน้าที่ในการจัดส่งสินค้าเป็นของผู้ให้บริการหรือเจ้าของสินค้านั้นทั้งหมดครับ ตัวแย่างเว็บไซต์ที่มีระบบ Affiliate Program ให้เราสมัครเข้าร่วมเช่น Lazada.co.th, Zalora.co.th, Amazon.com เป็นต้น สำหรับเว็บไซต์ผู้ให้บริการ Dropship ในไทยนอกจาก Thailanadropship.com ของเราแล้วก็ยังมี Dropshipthai.com, shop120bath.com, nanababyshop.com เป็นต้น ซึ่งจะมีระบบ Dropship เพื่อให้ร้านค้านำสินค้าไปขายในระบบ Dropship ได้เช่นกัน

   สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทีมีสินค้าพร้อมหรือมีร้านค้าออนไลน์พร้อมแล้วอาจตั้งข้อสงสัยว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องไปโพสต์ให้เหนื่อย ขอบตอบว่าจำเป็นครับ เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าร้านของคุณชื่ออะไร อยู๋ที่ไหน พวกเขามักจะไปหาซื้อสินค้าในเว็บไซต์ประเภทคลาสสิฟายด์และเว็บบอร์ด หรือไม่ก็ค้นใน Google

  แม้ร้านของคุณมีงบประมาณมากพอจะลงโฆษณาบน Google แต่อย่าลืมว่าคุณต้องจ่ายค่าคลิกทุกครั้งที่มผู้ชมคลิกเข้ามายังร้านของคุณ ในขณะที่ร้านของคุณใช้วิธีโพสต์ คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลยครับ ส่วนวิธีการลงโฆษณาสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลไวและเร็ว จะมีในบทต่อไปครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม

แหล่งโพสต์ทำเงินยอดนิยม

แหล่งโพสต์ยอดนิยม ทำเงินแห่งปี 2015

   ตอนนี้หลายๆ คนคงจะทราบกันแล้วล่ะว่าการจะทำการค้าออนไลน์โดยไม่ลงทุนสักบาท จากการโพสต์ให้ร่ำรวยได้อย่างไร และต่อไปเราจะมาเจาะลึกแหล่งโพสต์ยอดนิยม สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลายนะครับ ว่ามีแหล่งโพสต์ฟรีๆ ทำเงินเยอะๆ ที่ไหนบ้างเริ่มจากเราแบ่งแหล่งโพสต์ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

- เว็บไซต์ประเภทคลาสสิฟายด์

- เว็บบอร์ดหรือฟอรัมต่างๆ

- เว็บโซเชียลเน็ตเวิร์ก

- แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน/แท็บเล็ต

 

เว็บคลาสสิฟายด์

     เว็บไซต์ประเภทคลาสสิฟายด์ (Classified) คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการประกาศลงขายสินค้า (ลงประกาศซื้อก็ได้) โดยแยกประเภทของสินค้าที่โพสต์ขายออกเป็นหมวดหมู่ เช่น แยกตามหมวดสินค้า แยกตามที่อยู่เป็นภูมิภาคหรือจังหวัด และยิ่งในปุจจุบันเว็บดงๆ หลายเว็บที่ไม่มีฟังก์ชั่นสำหรับลงประกาศต่างๆ นั้นจะทำให้ปริมาณ Traffic ในเว็บไซต์นั้นหายไปเยอะเลยทีเดียว ดังนั้นเว็บที่เป็นวาไรตี้ชื่อดังหลายเว็บก็ปรับมาใช้การลงประกาศในเว็บมากขึ้น

ตัวอย่างเว็บคลาสสิฟายด์

- www.kaidee.com

- www.pantipmarket.com

- www.market.kapook.com

- www.shopsabuy.com

- www.priceza.com

- www.classified.sanook.com

   โดยเราจะนิยมโพสต์ประกาศในเว็บคาลสสิฟายด์เพื่อประกาศหรือขายสินค้าและบริการเป็นหลัก ข้อความที่โพสต์ต้องกระชับ เข้าใจง่าย และดึงดูดความสนใจ ทั้งนี้การเลือกโพสต์ให้ถูกหมวดหมู่ก็สำคัญเช่นกัน เช่น ถ้าคุณขายเสื้อผ้าเด็กแต่ไปโพสต์ในหมวดหมู่เสื้อผ้าผู้ใหญ่ โอกาสในการขายก็อาจน้อยลง เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่มักจะเข้าไปดูสินค้าในหมวดที่ตัวเองต้องการเท่านั้น

      นอกจากโพสต์หรือลงประกาศฟรีแล้ว ในเว็บคลาสสิฟายด์บางแห่งก็จะมีบริการพิเศษอีกอย่างคือ การลงโฆษณาในตำแหน่งที่พิเศษ เช่น เลื่อนอันดับโพสต์ให้อยู่ด้านบนสุด หรือขายแบนเนอร์โฆษณาตำแหน่งต่างๆ ในเว็บไซต์

 

เว็บบอร์ด/ฟอรัม

    เว็บบอร์ด (Webboard) หรือฟอรัม (Forum) คือเว็บไซต์ (หรือส่วนหนึ่งของเว็บไซต์) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปตั้งกระทู้ถาม-ตอบ หรือพูดคุยกัน เว็บบอร์ด/ฟอรัม แต่ละแห่งก็เน้นพูดคุยกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ตัวย่างเว็บบอร์ด/ฟอรัม

- www.pantip.com | เรื่อง การตั้งกระทู้ถาม-ตอบ ทุกเรื่อง

- www.momypedia.com/webboard | เรื่อง แม่และเด็ก

- www.thaiseoboard.com | เรื่อง การทำ SEO, หาเงินออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ

- www.jokergameth.com/board | เรื่อง เกมส์, ข่าวสารไอที

- www.board.postjung.com | เรื่อง รวมเรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน

    ข้อดีของการโพสต์ตามเว็บบอร์ด/ฟอรัมคือ เราสามารถทราบกลุ่มผู้ใช้ว่าเป็นลูกค้าของเราหรือไม่ นอกจากนี้การโพสต์ขายในเว็บบอร์ด/ฟอรัม นั้นจะมีทั้งแบบขายตรงๆ ตามหวดหมู่ที่ Webmaster จัดสรรคไว้ให้ และการโพสต์โปรโมทสินค้าแบบอ้อมๆ ในหมวดหมู่ที่ไม่อนุญาติขายของ

 

เว็บไซต์โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก

   เว็บไซต์อย่างเช่น Facebook, Twitter, Google+, Line และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นตัวอย่างเว็บไซต์ประเภทเครื่องข่ายสังคมหรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network) เว็บไซต์ประเภทนี้มีรูปแบบการทำงานคล้ายคลึงกัน คือเปิดโอกาสให้เราเข้าไปสร้างพื้นที่ส่วนตัวสำหรับโพสต์อะไรก็ได้ เช่น ข้อความหรือสเตตัส, ภาพ, คลิปวีดีโอ ซึ่งเราสามารถจัดการเนื้อหาเหล่านี้ได้เอง แล้วเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กยังช่วยให้เราสามารถรวมกลุ่มเพื่อน, ครอบครัว, ผู้ร่วมงาน ที่ใช้งานเว็บเหล่านี้เหมือนกันเข้ามาเป็นเครื่อข่ายเดียวกัน โดยอาศัยโพสต์เป็นตัวบอกต่อจากคนหนึ่งไปยีงอีกคนหรืออีกกลุ่ม

  การใช้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์กได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยใช้เพือติดต่อเพื่อนๆ ก็นำมาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจเพื่อโปรโมทหรือขายสินค้า โดยเฉพาะ Facebook ที่ตอนนี้ครองใจผู้ใช้คนไทยไปแล้วทั่วประเทศ

 

  แอปพลิเคชั่นบนสมา์ตโฟน/แท็บเล็ต

    สำหรับแหล่งโพสต์สุดท้ายที่จะทำความรู้จักกันคือ แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต (Mobile Appliction) การโพสต์ผ่านแอปต่างๆ นี้ช่วยให้คุณโพสต์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพราะโพสต์ผ่านสมาร์ตโฟน/แท็บเล็ตได้เลย อย่างไรก็ตามคุณก็สามารถใช้สมาร์ตโฟนแท็บเล็ตเปิดเว็บต่างๆ ตามแหล่งโพสต์ที่แนะนำมาข้างต้นได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าแอปพลิเคชั่นที่พัฒนาเพื่อทำงานบนสมาร์ตโฟน/แท็บเล็ตจะใช้งานได้สะดวกกว่า

     ตัวอย่างแอปบนสมาร์ตโฟน/แท็บเล็ตที่ใช้โพสต์ขายของได้เช่น แอป Kaidee ซึ่งเราสามารถถ่ายภาพสินค้าแล้วโพสต์ขายได้ทันทีเลย

อ่านบทความเพิ่มเติม